วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Casa de la flora งานดีไซน์ริมทะเลเขาหลัก



"เขาหลัก" ชื่อนี้เป็นที่รู้จักของคนรักทะเลมาช้านาน แต่ที่โด่งดังถึงขีดสุดน่าจะเป็นช่วงที่เขาหลักได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ

จากวันนั้นถึงวันนี้เขาหลักฟื้นตัว กลับมางดงามและเป็นที่นิยมชมชอบดังเดิม นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะไปเยี่ยมเยือนทะเลงามแห่งนี้มิขาดสาย การถูกนิยมมากมายทำให้เกิดที่พักน้อยใหญ่ มากด้วยกลิ่นไองานดีไซน์ เรียกว่ามีการแข่งขันในเรื่องการออกแบบสูงเห็นจะไม่ผิด 


โถงแผนกต้อนรับ


ห้องผักผ่อนในห้องพักของอาคารด้านหน้า



CASA de la flora เป็นรีสอร์ตขนาดกลาง ซ่อนดีไซน์บ้านพักไว้ด้านหลังอาคารแผนกต้อนรับ อาคารด้านหน้าสุดที่เห็นเป็นอาคารปูนกรุกระจกมีการนำไม้เข้ามามีส่วนร่วมในการดีไซน์ ส่วนสีที่ใช้มีสีเทา สีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีกลางที่สามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว



อาคารด้านหน้าใช้วัสดุซิเมนต์ ไม้และกระจก สอดรับกับอาคารทุกหลังในรีสอร์ต


ตัวบ้านพักเรียงรายอยู่ด้านใน จัดวางอยู่บนเนินสูงกลุ่มหนึ่งและริมทะเลอีกกลุ่มหนึ่ง ห้องพักทั้งสองกลุ่มดีไซน์ได้คล้ายคลึงกัน สอดรับกัน ใกล้เคียงกัน คือเป็นโมเดิร์นสไตล์ทั้งหมด แต่ในรายละเอียดห้องพักนั้นมีความต่างกันบ้าง อย่างน้อยความกว้างแคบนั้นมีความต่างกันแน่นอน รวมถึงการทิ้งสเปซและการจัดวางก็มีบทบาทสำคัญมากด้วย


ห้องนอน ผู้ออกแบบเน้นความเรียบง่าย เน้นพื้นที่ว่าง ไม่รกรุงรัง ดูดี ลงตัว 


บ้านในกลุ่มแรกมีความเด่นตรงที่มีดาดฟ้าให้พักผ่อน คือสามารถนั่งชิลล์ลมชมท้องทะเลได้ในช่วงเช้าและเย็น ผู้ที่พิสมัยทะเลดาวในคืนแรมตรงนี้เหมาะเป็นอย่างมาก ส่วนผู้ที่ชอบแหวกว่ายสายน้ำไม่ต้องไปใช้สระส่วนกลางก็ได้เพราะบนดาดฟ้าแห่งนี้มีสระไว้ให้คุณแช่ตลอดวันคืน



ทัศนียภาพบนดาดฟ้า


ทัศนียภาพบ้านพักกลุ่มที่ 2 SEAVIEWS กับท้องทะเลหน้าฝน


ห้องอาบน้ำหรูหราสมราคา แต่ยังคงคอนเซ็ปท์ดีไซน์เรียบเท่


สระว่ายน้ำส่วนตัวบนดาดฟ้า

บ้านกลุ่มที่สองจัดวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมเลียบหาดทรายริมทะเล (Sea views) โดดเด่นตรงที่ได้อยู่ชิดติดทะเล ใครเสพติดทราย ชอบกอดก่ายเกลียวคลื่น รื่นเริงกับเสียงซ่าซัด บ้านกลุ่มนี้เหมาะที่สุดครับ



สระว่ายน้ำส่วนกลาง บางส่วนผู้ออกแบบนำหินเข้ามามีส่วนร่วม 


บางส่วนในห้องอาหารแบบเปิดผนัง รับลมเย็นไปพร้อมๆ กับชื่นชมท้องทะเลเขาหลัก 


ปกติในส่วนห้องอาหารจัดแบบโต๊ะแยก เป็นโต๊ะแบบนั่ง 4 คน หรือ 2 คน ทว่าในช่วงที่มีคนเป็นกรุ๊ปใหญ่สามารถปรับประยุกต์ได้ตามความเหมาะสม

สำหรับห้องอาหารจัดวางอยู่อีกด้านหนึ่งของบ้านพักริมทะเล โดยมีสนามหญ้าเขียวกับสวนสวยเป็นตัวแบ่งพื้นที่ ตัวห้องอาหารเปิดผนังโล่ง ปล่อยให้ลมทะเลพัดผ่านโดยสะดวก ไม่ต้องใช้แอร์ ประหยัดพลังงาน  ได้อยู่กับสภาพแวดล้อมท้องทะเลอย่างแท้จริง

เมื่อได้สัมผัส CASA de la flora จึงเข้าใจว่าทำไมที่นี่จึงถูกล่าวถึงทั้งยังเป็นที่พักในฝันของใครต่อใคร ผมเข้าใจว่างานดีไซน์ของ CASA de la flora นั้นเป็นหนึ่ง ถัดมาคือแลนด์สเคป ส่วนรอยยิ้มกับการบริการนั้นยอดเยี่ยมครับ


                       เก้าอี้หวายเทียมบนสนามหญ้าเขียว ส่วนหนึ่งของห้องอาหารแบบ Outdoor

สำหรับท่านผู้อ่าน อย่าถามนะว่า CASA de la flora น่าไปไหม?  มีรายละเอียดอะไรน่าสนใจบ้าง?  ถูกหรือแพง? ท่านถามผมว่าผมชอบไหมหรือให้คะแนน CASA de la flora เท่าไหร่ง่ายกว่าครับ (ความจริงดูจากภาพก็น่าจะรู้ใช่ไหมครับ)


ส่วนพักผ่อนในบ้านกลุ่มด้านหน้าติดทะเล SEAVIEWS

สรุปสั้นๆ ว่าที่นี่มีงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม เงียบ สงบ เหมาะกับผู้ต้องการๆ พักผ่อนอย่างแท้จริง สารภาพตรงๆ ผมไม่ได้ชอบ CASA de la flora แต่ถึงขั้นหลงใหลในงานออกแบบ ใครไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดข้อสงสัยต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองครับ ขอบอกนิดช่วงนี้ทะเลฝั่งอันดามันมีมรสุม เป็นช่วงมรสุมประจำปี ฟ้าอาจไม่ใสแต่สิ่งที่ได้คือทะเลงามในอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับท่านที่หลงทะเลเทฝน นี่คือโอกาส แค่นอนฟังเสียงฝนหล่นกระทบท้องทะเลใสใจก็สุขมากแล้ว




หมายเหตุ
-           CASA de la flora ตั้งอยู่ที่บ้านคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
- เรื่อง CASA de la flora ส่วนหนึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ฉบับวันที่ 1-15 สิงหาคม 2558

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บ้านบ้าน น่านน่าน เกสต์โฮมแห่งเมืองน่าน


พื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง (บ้านหลังแรก) นี่คือมุมยอดนิยมมุมหนึ่ง

บ้านพักแบบโฮมสเตย์มีลักษณะเด่นคือการอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้าน ใช้วิถีชีวิตแบบเจ้าของบ้าน และกินนอนแบบเดียวกับเจ้าของบ้าน ส่วน ”บ้านบ้านน่านน่าน” ที่นำมาเสนอมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเกสต์เฮาส์กับโฮมสเตย์  คือมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตแต่ทั้งนี้ต้องเคารพกติกาที่เจ้าของตั้งไว้ เจ้าของบ้านจึงเรียกตัวเองว่า “เกสต์โฮม”

บ้านหลังแรก


บ้านหลังที่สองเปิดเป็นที่พัก

บ้านบ้านน่านน่านเป็นบ้านพักคนรักหนังสือ รักความเงียบสงบ ตัวบ้านปลูกสร้างอยู่ในสวนเขียวร่มครึ้มบนเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา บ้านแบ่งออกเป้น 2 หลัง บ้านหลังแรกเจ้าของทำเป็นห้องสมุด ร้านกาแฟ ที่อ่านหนังสือและที่พักของตัวเอง ส่วนบ้านหลังที่สองทางปีกซ้ายทำเป็นบ้านพัก ตัวบ้านเป็นบ้านไม้รุ่นเก่าเจ้าของดูแลรักษาได้ดีเยี่ยมจึงดูใหม่และน่าสนใจตั้งแต่พบในนาทีแรก 


เก้าอี้หวาย ในพื้นที่ส่วนกลาง

สำหรับห้องพักแบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ
ห้องพัก ก.เป็นห้องกว้าง พักได้ 3 คน ภายในห้องประกอบด้วยเตียงเดี่ยว 1 เตียง เตียงเดี่ยวขนาดใหญ่อีก 1 เตียง ราคา 700 บาท ห้องนี้โปร่งสบายกว่าทุกห้องเพราะมีหน้าต่างถึง 8 บาน ทำให้มีอากาศถ่ายเท ลมพัดผ่านเข้ามาโดยสะดวก
ห้องพัก ข. ห้องพักสำหรับ 1 คน เตียงเดี่ยว  มีหน้าต่าง 2 บาน  สามารถเสริมเพิ่มได้ 1 คน ราคา 350 บาท
ห้องพัก ค. ห้องพักสำหรับ 2 คน เตียงเดี่ยว 2 เตียง  มีหน้าต่าง 3 บาน  เสริมเพิ่มได้ 2 คน ราคา 500 บาท 
ห้องพัก ง. ห้องพักสำหรับ 2 คน เตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ 1 เตียง มีหน้าต่าง 4 บาน  เสริมเพิ่มได้ 1 คน  ราคา 500 บาท 


ห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว

สำหรับการจัดตกแต่งห้องพักเป็นไปด้วยความเรียบง่าย มีลักษณะเป็นงานชนบท งานพื้นบ้าน ไม่ถึงกับเชยแต่คงเอกลักษณ์ภาคเหนือฝั่งล้านช้างได้ดี



หมอนขวานกับหมอนผ้าฝ้าย งานพื้นบ้านไปกันได้ดีกับบ้านไม้


ห้องนอนทั้งหมดมีศูนย์กลางอยู่ที่หน้าห้องเพราะตรงจุดนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนร่วมใช้ ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมแต่แยกชายหญิง ทุกพื้นที่ในบ้านพักไม่ว่าห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง ถูกดูแลอย่างดี บ้านสะอาดมาก



เก้าอี้ไม้แบบเท้าแขนโค้ง จัดวางไว้มุมหนึ่งบนบ้านพัก

ส่วนบริการอื่นๆ นอกจากที่กล่าวมา ยังมีบริการอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ร่วมกัน เช่น  ห้องนั่งเล่น, ระเบียง (ระเบียงตากผ้า/ระเบียงหลังบ้าน/ระเบียงหน้าบ้าน), ตู้เย็น, ตู้กับข้าว (พร้อมถ้วย จาน ช้อน แก้ว),  กาแฟ โอวัลติน น้ำดื่ม, Wifi, ผลไม้ มะม่วง มะยม ชมพู่ กล้วย (อยู่บนต้น หากสุกก็สอยกินเองตามสะดวก) และมีหนังสือให้อ่านหลายร้อยพันเล่ม



ในส่วนที่ต้องเสียสตางค์คือการเช่าจักรยาน  เจ้าของบ้านตั้งราคาค่าเช่าไว้ที่ 70บาท/วัน/คัน ถ้าเช่า 2 คน/1 คัน คิด 100 บาท




มีกติกาที่ควรรู้และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหลายข้อในการอยู่ร่วมในบ้านหลังนี้ เช่น ใครตื่นก่อนเสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อน  ใครนอนหลังสุดถอดปลั๊ก หากรักกันขึ้นมาหน่อยคอยสำรวจน้ำในกระติกให้ด้วย การใช้ถ้วย จาน แก้ว ช้อน ล้างทุกครั้งนะครับ เพราะถ้ากองไว้เดี๋ยวไม่มีใช้ทั้งยังทำให้บ้านไม่เกิดระเบียบด้วย


ก่อนนอนเปิดไฟทิ้งไว้ 2 ดวง คือหน้าห้องน้ำและบันได (หรือจะปิดทั้งหมดก็ได้) การใช้เสียงต้องระมัดระวังกันนิดหนึ่งเพราะบ้านไม้เก็บเสียงไม่ดีหากใช้เสียงเกินกว่าเหตุจะเป็นการรบกวนผู้อยู่ร่วม สุดท้ายไม่วางข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไว้ในพื้นที่ส่วนรวม ยกเว้นเหมาบ้านพักทั้งหลัง (Check-in เวลา 14.00 น. มาก่อนเวลามีพื้นที่รับรอง แต่ต้องหลัง 7.30 น. Check-out เวลา 11.00 น.)


การมาพักที่นี่เหมือนมาพักบ้านเพื่อน (ไม่ใช่โรงแรม รีสอร์ต) ดังนั้นต้องดูแลตัวเอง และต้องดูด้วยว่าเราเหมาะกับกติกาที่ตั้งไว้หรือเปล่า ถ้าไม่เหมาะอย่ามา เสียเวลาและเสียความรู้สึกเปล่าๆ ปล่อยให้บ้านพักคนรักหนังสือรักความสงบได้รับใช้คนที่ใช่จะดีกว่า



นอกจากนักท่องเที่ยว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ การอ่าน ทำงานศิลปะของครอบครัวด้วย


ชั้นหนังสือซ่อนอยู่ใต้บันได


ท่านผู้อ่านลองไตร่ตรองและถามตัวเองอีกครั้งว่ารับได้ไหมกับกติกาแบบนี้ ถ้าได้รีบไป ถ้าไม่ได้ก็ไปได้ ไปกินกาแฟ ไปอ่านหนังสือ ไปเยี่ยมเยือน แต่ไม่ต้องไปนอน ขอเตือนว่าคนไม่เคยนอนโฮมสเตย์หรือเกสต์โฮมคงลำบากในการอยู่ร่วม แต่ถ้าใครชอบใช้ชีวิตอยู่กับความเรียบง่าย กอดก่ายความเงียบสงบ ที่นี่เป็นแหล่งสะสมความสุขที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งครับ


บ้านบ้านน่านน่าน ห้องสมุดและเกสต์โฮม ตั้งอยู่ที่ 14/1 ถนนมณเฑียร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 55000
โทรศัพท์ 089-8595898 หน้าเพจ Banban Nannan library and guesthome e-mail chayapantanakantom@gmail.com


บรรยากาศสวน


ส่วนแรกสุดที่ผู้มาเยือนต้องพบเจอคือร้านกาแฟ 

สถานที่ใกล้เคียง วัดมณเฑียร วัดภูมินทร์ วัดช้างค้ำ คุ้มเจ้าราชบุตร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  และกำแพงเมืองเก่าบ้านมงคล





วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บ้านพักทะเลน้อย (ศรีปากประ)


เป็นที่ทราบกันดีว่าพัทลุงมีสถานทีท่องเที่ยวอยู่หลายแห่งทั้งทะเลและผืนป่า โดยเฉพาะ “ทะเลน้อย” หรือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทะเลน้อย” ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของเอเชียนั้นสวยงามมาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ศึกษาพร้อมกันในตัว ทะเลน้อยประกอบไปด้วยพืชน้ำ พืชริมน้ำ สัตว์น้ำ และนกจำนวนมาก ทั้งนอกอพยพและนกประจำถิ่นที่ออกหากินตั้งแต่เช้ายันค่ำ


บ้านพักแบบวิลล่าเรียงรายอยู่ริมเล


ทางเข้าและทางเดินไปบ้านพักทำเป็นสะพานไม้ยกพื้นสูง

สำหรับที่พักในทะเลน้อยมีบ้านพักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นบ้านหลังใหญ่ (มาก)  ส่วนรอบทะเลน้อยมีที่พักหลายแห่งให้เลือก ที่พักดังกล่าวมีความต่างทั้งเรื่องดีไซน์และราคา ถ้าอยากนอนพักในบ้านมีดีไซน์น่าสนใจทั้งตัวบ้านและทัศนียภาพลองพิจารณา Sri Pak Pra Resort @ Thalenoi (ศรีปากประ)


ห้องนอนในบ้านพักแบบวิลล่า


ห้องนอนในบ้านพักแบบเรือนแถว

บ้านพักของ Sri Pak Pra Resort @ Thalenoi เป็นบ้านร่วมสมัยมีกลิ่นอายชนบทในแบบ Fisherman Village บ้านพักแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบแรกเป็นวิลล่าหลังเดี่ยวเรียงรายอยู่ริมน้ำ ถัดเข้ามาด้านในเป็นบ้านแบบเรือนแถวแบ่งออกเป็น 4 ห้อง บ้านทั้งสองลักษณะมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกัน คือผนังปูนดิบ หน้าต่างประตูบานไม้กรุกระจก หลังคามุงแฝก+ใบเหรง ภายในกว้างขวาง ตกแต่งเรียบง่ายแต่งดงาม ไม่รก รวมๆ แล้วพอเหมาะพอดี ลงตัวครับ


ระเบียงบ้านกว้างขวางสนองการพักผ่อนได้เต็มที่


ส่วนต้อนรับ


มุมนี้มองจากระเบียงวิลล่า

นอกจากตัวบ้าน สิ่งที่ถือว่าน่าสนใจที่สุดคือทัศนียภาพกับบรรยากาศโดยรวม ทัศนียภาพ ”ยอ” ซึ่งเป็นเครื่องมือจับปลากลางทะเลนั้นงดงามมิใช่น้อย  โลเกชั่นอย่างนี้หาไม่ง่ายนัก เห็นทีแรกก็รักเลย เสียดายผมไม่ได้นอนค้าง แค่แวะมากินข้าว ถ้าได้นั่งอยู่บนระเบียงกว้างดูตะวันตกน้ำหรือชื่นชมแสงยามสางคงรื่นรมย์ไม่น้อย เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ตที่ผมชอบมากครับ



หมายเหตุ

- Sri Pak Pra Resort @ Thalenoi เป็นที่พักในกลุ่มดีไซน์รีสอร์ต ราคาไม่แพง หลักพันต้นๆ วันธรรมดาถูกว่าวันศุกร์เสาร์ ส่วนใหญ่บ้านพักเต็มตลอดต้องจองล่วงหน้า ประเภทวอร์คอินหมดสิทธิ์ ใครตั้งใจหรือแวะไปเที่ยวทะเลน้อยพัทลุงอย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง (กระชิบเบาๆ ว่าอาหารอร่อยมากครับ)

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์



ดอยอินทนนท์เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นดอยที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นดอยหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับ 1 ใน 5 มาโดยตลอด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะบนดอยประกอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและบางส่วนได้เสริมสร้างขึ้นมาใหม่ นอกจากนั้นยังมีวิถีชีวิตชาวไทยภูเขาให้ได้สัมผัสด้วย ส่วนที่พักบนดอยมีให้เลือกทั้งบ้านพักป่าไม้  โฮมสเตย์ และบ้านพักของโครงการหลวง


โครงสร้างบ้านพักแบบสิริภูมิ B

 บ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์เป็นบ้านพักทันสมัย ปลูกสร้างท่ามกลางสวนดอกไม้เมืองหนาว ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา ท่ามกลางไอหมอกและดวงดาว ที่สำคัญอยู่ใกล้น้ำตกสิริภูมิ นับเป็นบ้านพักหรือรีสอร์ตที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมยอดเยี่ยม เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด


ระเบียงบ้านสิริภูมิ A

บ้านพักโครงการหลวงแบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบสิริภูมิ A และสิริภูมิ B โครงสร้างสถาปัตยกรรมบ้านทั้งสองแบบมีรูปลักษณ์ทันสมัย สไตล์โมเดิร์น-คันทรี โดยเฉพาะบ้านสิริภูมิ A นั้นมีความเป็นโมเดิร์นสูง โดยปกติบ้านโมเดิร์น กลางดอยมักสร้างความขัดแย้งกับสภาพแวดล้อม แต่บ้านสิริภูมิ A กลับมีความกลมกลืนอยู่พอสมควร เข้าใจว่าตัวบ้านโมเดิร์นใช้โทนสีเทา-สีน้ำตาลเสียเป็นส่วนใหญ่ สีทั้งสองเป็นสีกลาง อยู่กับธรรมชาติได้ดี
บ้านสิริภูมิ A มองจากภายนอกคาดเดาว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสจึงรู้ว่ามีชั้นครึ่ง ส่วนที่โดดเด่นที่มองเห็นจากด้านหน้าคือระเบียง ระเบียงบ้านพักกว้างขวางเหมาะกับนั่งรับลมเย็นที่ผัดผ่านมาทั้งวันคืน อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญนั่นคือสวนพันธุ์ไม้หน้าบ้าน


ห้องรับแขกชั้นล่าง 

การแบ่งฟังชั่นภายในประกอบด้วยห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และส่วนรับประทานอาหาร
ห้องรับแขกจัดวางโซฟารูปตัว U ภายใต้เพดานสูงโปร่ง ผนังรอบด้านกรุกระจกใส หากเปิดผ้าม่านจะพบทัศนียภาพสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขาที่เบ่งบานอวดกลีบดอกหลากสีอยู่ภายนอก


โถงห้องรับแขกชั้นล่าง 

ห้องครัวอยู่ด้านในสุดของห้อง พื้นที่ต่อกันคือส่วนรับประทานอาหาร ครัวในบ้านหลังนี้เป็นครัวกว้าง เน้นการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ สามารถปรุงอาหารได้เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมือนอยู่ในครัวบ้านตัวเองยังไงยังงั้น


ครัวมีพื้นที่กว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

ห้องนอนด้านล่างเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ให้สีสันโดยรวมอยู่ในโทนอุ่น ภายในห้องไม่มีงานตกแต่งอะไรหวือหวาจนเกินงาม ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่มีอยู่ ไม่ทำให้ห้องนอนรกโดยใช่เหตุ


ห้องนอนแบบเตียงคู่ ในบ้านพักแบบสิริภูมิ B

ห้องน้ำด้านล่างเป็นห้องน้ำขนาดเล็ก มีประตูทางเข้าสองทาง จากห้องรับแขกทางหนึ่ง จากห้องนอนอีกทางหนึ่ง ห้องน้ำแม้แคบเล็กแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน


ห้องน้ำชั้นล่าง


ส่วนพักผ่อนในห้องนอนชั้นลอย 


ห้องพักผ่อนด้านบนเป็นห้องแรกของชั้นลอย ห้องนี้มีพื้นที่ไม่มากนัก ด้านหนึ่งจัดวางเคาน์เตอร์แนบผนัง มีหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เคียงคู่อยู่กับเคาน์เตอร์ อีกด้านหนึ่งจัดวางโซฟาตัวใหญ่ ห้องนี้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้หลายประการขึ้นอยู่กับผู้ใช้ สามารถเป็นห้องพักผ่อนได้ เป็นห้องแต่งตัวได้ และเป็นห้องทำงานได้ 


ห้องนอนชั้นบน


ห้องนอนด้านบนเป็นห้องที่กว้างใหญ่ ใหญ่กว่าห้องนอนชั้นล่าง ภายในห้องประกอบด้วยเก้าอี้ไม้แบบเท้าแขนวางชิดผนังบริเวณปลายเตียงทางด้านซ้าย ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวาหรือด้านในสุด ห้องนี้ยังคลุมโทนอุ่นด้วยสีเทาและสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีครีม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น ตู้วางทวี โต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้ไม้ในส่วนพักผ่อนด้วย ที่สว่างที่สุดหรือช่วยให้ห้องไม่เข้มขรึมจนเกินไปคือเตียงนอน เพราะใช้สีขาวเข้ามามีส่วนร่วม เสริมบทบาทให้เตียงนอนเรียบง่ายน่าสนใจมากขึ้น


ชั้นวางทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง จัดวางอยู่หน้าห้องน้ำ (ชั้นลอย)

ห้องน้ำด้านบนเป็นห้องน้ำที่กว้างกว่าห้องน้ำด้านล่าง ประโยชน์จากการใช้งานสะดวกกว่า แต่ทั้งนี้ไม่ว่าห้องน้ำจะกว้างหรือแคบหาใช่เรื่องสำคัญเพราะบ้านพักในหุบเขาแห่งดอยอินทนนท์นี้มีอากาศเย็นและหนาว ไม่มีใครอยากอ้อยอิ่งอยู่ในห้องน้ำนานๆ ครับ   

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือภาพบ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์ เป็นบ้านพักที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถสนองตอบการพักผ่อนในคืนวันอันเหน็บหนาวได้เต็มที่ สิ่งที่ชื่นชอบคือผู้ออกแบบนำงานสถาปัตยกรรมทันสมัยมาจัดวางไว้ในดงดอยได้อย่างลงตัว และที่ชอบมากที่สุด คือบ้านพักอยู่ในสภาพแวดล้อมยอดเยี่ยม มีทั้งขุนเขา สายน้ำ และแปลงดอกไม้เมืองหนาวที่ส่งดอกสดสวยสะคราญตาให้ชื่นชมตลอดคืนวันแห่งความสุข