วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์



ดอยอินทนนท์เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นดอยที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นดอยหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับ 1 ใน 5 มาโดยตลอด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะบนดอยประกอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและบางส่วนได้เสริมสร้างขึ้นมาใหม่ นอกจากนั้นยังมีวิถีชีวิตชาวไทยภูเขาให้ได้สัมผัสด้วย ส่วนที่พักบนดอยมีให้เลือกทั้งบ้านพักป่าไม้  โฮมสเตย์ และบ้านพักของโครงการหลวง


โครงสร้างบ้านพักแบบสิริภูมิ B

 บ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์เป็นบ้านพักทันสมัย ปลูกสร้างท่ามกลางสวนดอกไม้เมืองหนาว ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา ท่ามกลางไอหมอกและดวงดาว ที่สำคัญอยู่ใกล้น้ำตกสิริภูมิ นับเป็นบ้านพักหรือรีสอร์ตที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมยอดเยี่ยม เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด


ระเบียงบ้านสิริภูมิ A

บ้านพักโครงการหลวงแบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบสิริภูมิ A และสิริภูมิ B โครงสร้างสถาปัตยกรรมบ้านทั้งสองแบบมีรูปลักษณ์ทันสมัย สไตล์โมเดิร์น-คันทรี โดยเฉพาะบ้านสิริภูมิ A นั้นมีความเป็นโมเดิร์นสูง โดยปกติบ้านโมเดิร์น กลางดอยมักสร้างความขัดแย้งกับสภาพแวดล้อม แต่บ้านสิริภูมิ A กลับมีความกลมกลืนอยู่พอสมควร เข้าใจว่าตัวบ้านโมเดิร์นใช้โทนสีเทา-สีน้ำตาลเสียเป็นส่วนใหญ่ สีทั้งสองเป็นสีกลาง อยู่กับธรรมชาติได้ดี
บ้านสิริภูมิ A มองจากภายนอกคาดเดาว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสจึงรู้ว่ามีชั้นครึ่ง ส่วนที่โดดเด่นที่มองเห็นจากด้านหน้าคือระเบียง ระเบียงบ้านพักกว้างขวางเหมาะกับนั่งรับลมเย็นที่ผัดผ่านมาทั้งวันคืน อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญนั่นคือสวนพันธุ์ไม้หน้าบ้าน


ห้องรับแขกชั้นล่าง 

การแบ่งฟังชั่นภายในประกอบด้วยห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และส่วนรับประทานอาหาร
ห้องรับแขกจัดวางโซฟารูปตัว U ภายใต้เพดานสูงโปร่ง ผนังรอบด้านกรุกระจกใส หากเปิดผ้าม่านจะพบทัศนียภาพสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขาที่เบ่งบานอวดกลีบดอกหลากสีอยู่ภายนอก


โถงห้องรับแขกชั้นล่าง 

ห้องครัวอยู่ด้านในสุดของห้อง พื้นที่ต่อกันคือส่วนรับประทานอาหาร ครัวในบ้านหลังนี้เป็นครัวกว้าง เน้นการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ สามารถปรุงอาหารได้เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมือนอยู่ในครัวบ้านตัวเองยังไงยังงั้น


ครัวมีพื้นที่กว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

ห้องนอนด้านล่างเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ให้สีสันโดยรวมอยู่ในโทนอุ่น ภายในห้องไม่มีงานตกแต่งอะไรหวือหวาจนเกินงาม ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่มีอยู่ ไม่ทำให้ห้องนอนรกโดยใช่เหตุ


ห้องนอนแบบเตียงคู่ ในบ้านพักแบบสิริภูมิ B

ห้องน้ำด้านล่างเป็นห้องน้ำขนาดเล็ก มีประตูทางเข้าสองทาง จากห้องรับแขกทางหนึ่ง จากห้องนอนอีกทางหนึ่ง ห้องน้ำแม้แคบเล็กแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน


ห้องน้ำชั้นล่าง


ส่วนพักผ่อนในห้องนอนชั้นลอย 


ห้องพักผ่อนด้านบนเป็นห้องแรกของชั้นลอย ห้องนี้มีพื้นที่ไม่มากนัก ด้านหนึ่งจัดวางเคาน์เตอร์แนบผนัง มีหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เคียงคู่อยู่กับเคาน์เตอร์ อีกด้านหนึ่งจัดวางโซฟาตัวใหญ่ ห้องนี้เกิดประโยชน์ใช้สอยได้หลายประการขึ้นอยู่กับผู้ใช้ สามารถเป็นห้องพักผ่อนได้ เป็นห้องแต่งตัวได้ และเป็นห้องทำงานได้ 


ห้องนอนชั้นบน


ห้องนอนด้านบนเป็นห้องที่กว้างใหญ่ ใหญ่กว่าห้องนอนชั้นล่าง ภายในห้องประกอบด้วยเก้าอี้ไม้แบบเท้าแขนวางชิดผนังบริเวณปลายเตียงทางด้านซ้าย ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวาหรือด้านในสุด ห้องนี้ยังคลุมโทนอุ่นด้วยสีเทาและสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีครีม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น ตู้วางทวี โต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้ไม้ในส่วนพักผ่อนด้วย ที่สว่างที่สุดหรือช่วยให้ห้องไม่เข้มขรึมจนเกินไปคือเตียงนอน เพราะใช้สีขาวเข้ามามีส่วนร่วม เสริมบทบาทให้เตียงนอนเรียบง่ายน่าสนใจมากขึ้น


ชั้นวางทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง จัดวางอยู่หน้าห้องน้ำ (ชั้นลอย)

ห้องน้ำด้านบนเป็นห้องน้ำที่กว้างกว่าห้องน้ำด้านล่าง ประโยชน์จากการใช้งานสะดวกกว่า แต่ทั้งนี้ไม่ว่าห้องน้ำจะกว้างหรือแคบหาใช่เรื่องสำคัญเพราะบ้านพักในหุบเขาแห่งดอยอินทนนท์นี้มีอากาศเย็นและหนาว ไม่มีใครอยากอ้อยอิ่งอยู่ในห้องน้ำนานๆ ครับ   

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือภาพบ้านพักโครงการหลวงอินทนนท์ เป็นบ้านพักที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถสนองตอบการพักผ่อนในคืนวันอันเหน็บหนาวได้เต็มที่ สิ่งที่ชื่นชอบคือผู้ออกแบบนำงานสถาปัตยกรรมทันสมัยมาจัดวางไว้ในดงดอยได้อย่างลงตัว และที่ชอบมากที่สุด คือบ้านพักอยู่ในสภาพแวดล้อมยอดเยี่ยม มีทั้งขุนเขา สายน้ำ และแปลงดอกไม้เมืองหนาวที่ส่งดอกสดสวยสะคราญตาให้ชื่นชมตลอดคืนวันแห่งความสุข 

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พลิกผืนนามาเป็นรีสอร์ต

ถนนสายแคบพาหัวใจเสรีผ่านเข้าไปถึงบึงกว้าง พาเข้าไปพิงพักใต้ทิวไม้ใหญ่ ห่างออกไปไม่ไกลนักมีภาพน่ารักด้วยมีแม่นกกำลังป้อนหนอนให้ลูกน้อย ตรงริมตลิ่งปลาตัวโตโผขึ้นมาฮุบเหยื่อ กลางบึงมีเสียงเรือแหวกม่านน้ำ กลายเป็นภาพงามล้ำตั้งแต่แรกสัมผัส ไม่น่าเชื่อนี่คือสวนทุ่งลุงพี


บึงบัวกับอาคารที่พักริมน้ำ 



ศาลาริมน้ำ ศาลาที่เหมาะแก่การรับประทานอาหารเป็นที่สุด

บึงบัว นาข้าว เรื่องเล่าที่ปรากฏล้วนมาจากมันสมองกับสองมือของสถาปนิกรุ่นใหญ่ เป็นรุ่นที่ประเทศไทยยังไม่มีใครเรียนใครสอนเรื่องภูมิสถาปัตย์ แต่ลุงพีหรือคุณเอกวุฒิ ลิ้ศิริเสริญ นั้นมีชื่อเสียงเป็นที่โจษขานในกลุ่มสถาปนิกในยุคก่อนว่าเป็น Exterior แถวหน้าของเมืองไทย

วันหนึ่งลุงพีเบื่อเมืองหลวง อยากกลับมาสู่ท้องทุ่ง อยากกลับมาหายุ้งข้าว กลับมาสร้างเรื่องราวให้บ้านเกิด ลุงพีจึงลงหลักปักแหล่ง ลงแรงสร้างบ้านไทยในสวนป่า สร้างร้านอาหารริมนา สร้างพรรณพฤกษาให้งอกงาม และให้นักท่องเที่ยวผู้แสวงหารวมถึงผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะพัก

บ้านแต่ละหลังสตางค์แต่ละบาทหยดมาจากหยาดชีวิต มาจากกายมาจากจิต มาจากภูมิปัญญาที่สั่งสมมานมนาน สุดท้ายมันก่อเกิดเป็นบ้านพักท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น สมบูรณ์แบบตามศรัทธาที่เขาต้องการ

นั่นคือเรื่องสั้นๆ กับบรรยากาศเพียงเศษเสี้ยว ใครเลยจะรู้และเข้าใจหากยังไม่ได้สัมผัส






งานตกแต่งภายในและการจัดแสดงของเก่าเก็บภายในอาคารเอนกประสงค์หรืออาคารพิพิธภัณฑ์



โต๊ะอาหารตัวยาวภายในอาคารเอนกประสงค์เหมาะกับการจัดเลี้ยงและสัมมนาขนาดเล็ก

ศาลาริมน้ำเป็นศาลาไม้ทรงประยุกต์ (ไม่เหมือนศาลาไทยในภาคกลาง) ภายในศาลาจัดแสดงของเก่าเก็บพวกถ้วยชามแก้วกาแฟและเครื่องจักสาน ส่วนอีกศาลาหนึ่งให้ความสำคัญในการตกแต่งไปทางอเมริกันคันทรี ทำให้เกิดความต่าง ไม่ซ้ำซากจำเจ ความต่างในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันกระโดดออกนอกคอนเซ็ปท์ เพราะทางผู้ออกแบบยังให้ความสำคัญกับความเงียบสงบแบบอารมณ์ชนบท ภายใต้ความร่มครึ้มของแมกไม้และสายธาร

อาคารพิพิธภัณฑ์มี 2 อาคาร ทั้งสองอาคารมีความละม้ายคล้ายกัน คือจัดวางของเก่าเก็บทรงคุณค่ามากมาย ความจริงน่าจะเรียกอาคารเอนกประสงค์เพราะภายในอาคารยังจัดเป็นห้องอาหารหรือเป็นห้องสัมมนา ซึ่งเหมาะกับการประชุมขนาดเล็ก อาคารพิพิธภัณฑ์นอกจากมีค่าเนื่องจากของเก่าเก็บแล้วยังมีความโปร่งโล่งสบาย มีลมผัดผ่านโดยตลอด ที่สำคัญมีคูน้ำ (รูปตัว L) กับคันนาล้อมอยู่ด้านหนึ่ง ทำให้รู้สึกถึงความสุขสงบที่ได้อิงแอบแนบชิดธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ศาลาริมน้ำและอาคารเอนกประสงค์มีการวางอารมณ์ให้อยู่ในโทนเดียวกัน คือเป็นอาคารไม้ ภายในจัดแสดงของเก่า และที่เน้นหนักคือความสบายบนความเงียบสงบ จึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านพักสไตล์ไทยๆ ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้นานายังเน้นความสงบเงียบเฉกเดียวกัน



บรรยากาศบ้านพักสวนทุ่งลุงพี

ณ ปัจจุบัน บ้านไทยในนิยามความสงบหาไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะบนแผ่นดินอีสาน  และไม่น่าเชื่อว่ามีบ้านไม้ดีไซน์น่ารักๆ ซุกซ่อนอยู่ในเขตเมืองโคราชนี่เอง บ้านพักในสวนทุ่งลุงพีมีทั้งบ้านไทยสองชั้น ชั้นเดียวและเรือนแฝดแบบบ้านไทยโบราณ ส่วนการตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่าย ปล่อยพื้นที่บางส่วนให้ว่างทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยบ้านไทยไม่อึดอัด บ้านทุกหลังมีระเบียงกว้างเหมาะกับการแอบดูชีวิตปักษาในยามเช้าหรือดูดาวในคืนแรม (บรรยากาศโดยรวมโรแมนติกครับ)


อาคารพิพิธภัณฑ์และบ้านพักหลายหลังสร้างริมคลอง


อาหารเช้าเรียบง่าย โรตีกับกาแฟร้อนโบราณ 

ทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งในสวนทุ่งลุงพีที่ยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะแยะ ว่าแต่ว่าท่านผู้อ่านพร้อมสัมผัสด้วยตัวเองหรือยัง สำหรับผม บอกตามตรงว่าหลงรักที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อได้พักค้างแรมจะรู้สึกได้เลยว่าสวนแห่งนี้พาเราล่องลอยอยู่ในความเป็นส่วนตัว เหมือนอยู่ในฝัน ที่สำคัญได้เข้าไปพัวพันกับงานดีไซน์สุดเท่ ส่วนอาหารเก๋ไก่เลิศรสนั้นเป็นของขวัญเลอค่า วันหยุดสุดสัปดาห์ถ้ายังไม่มีที่ไปแนะนำให้แวะเข้ามาที่นี่ สวนทุ่งลุงพี รีสอร์ต ทางเลือกใหม่บนแผ่นดินไทยผืนนี้ครับ   



หมายเหตุ
- สวนทุ่งลุงพีรีสอร์ต อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โทร.089 845 2250
- การไปเที่ยวสวนทุ่งลุงพีไม่มีความจำเป็นต้องพักเพราะเขาเปิดให้เข้าไปชมของเก่าเก็บ ชมสวนและชิมอาหารเลิศรสตามสะดวกครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Panorama Valley Resort


คำถาม “บ้านพักแบบไหนพาหัวใจล่องลอยไปไกล...
...ลอยไปกับอารมณ์ละเมอเพ้อถึงขุนเขา”

คำตอบ “ไม่ง่ายนัก แต่ไม่ยากนัก หากแสวงหา...  
...ไม่ง่ายนัก แต่ยากนัก หากต้องการหางานดีไซน์ในบ้านสมัยใหม่ในอ้อมกอดของผืนป่า…


...ไม่ยากนัก แต่ง่ายนัก เพราะบ้านพักดังกล่าวซ่อนตัวอยู่แค่เอื้อมนี่เอง”


บรรยากาศบ้านพักยามสนธยา สังเกตุว่าการจัดวางไลท์ติ้งทำได้ดีมาก ไม่สว่างและเบาบางจนเกินไป




ทัศนียภาพตัวบ้านพักและทิวทัศน์ Panorama Valley Resort



บนเนินเขากว้าง สนามหญ้าเขียวขจีทอดไปตามเนินสูงต่ำ ลดหลั่นเป็นเชิงชั้น ชายหนุ่มบนอานหนังหนาขยับม้าสีน้ำตาลไปตามจังหวะอารมณ์ เบื้องหลังมีอาคารทันสมัยเรียงรายอยู่ทางด้านเหนือ นอกจากนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามหญ้ากับแนวต้นสนที่ลงหลักปักใหม่ ไกลออกไปมีขุนเขากับสายหมอกลอยตัวบางเบาราวฉากหนึ่งในนิยายชวนฝัน

ตัวอาคารมองดูคล้าย Office คล้าย Factory แต่มีความทันสมัย เป็นตัวชี้นำว่าที่นี่คือบ้านพัก และเข้าใจในเบื้องต้นได้โดยจริตว่ามันเป็นบ้านชั้นดีที่ผ่านการกลั่นกรองจากสมองอันชาญฉลาดของผู้ออกแบบ คนถิ่นนี้เรียกที่นี่ว่า Panorama Valley Resort

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของ Panorama Valley Resort นั้น เจ้าของได้มาเที่ยวสวนผึ้ง แล้วหลงใหลในมนต์ตรา จึงเกิดแนวความคิดมา
สร้างบ้านเพื่อพักอาศัย สร้างบ้านพักตากอากาศให้กับญาติๆ จากนั้นเริ่มมองหาสถานที่ กระทั่งได้ที่ดินอันงดงามดังใจ เวลาต่อมาได้คุยปรึกษากับครอบครัว ได้ข้อตกลงว่าควรสร้างสถานที่นี้เป็นทั้งบ้านพักและรีสอร์ต เน้นให้ผู้มาพักได้สัมผัสกับความงามของทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตา ซึ่งกลายมาเป็นชื่อ Panorama Valley Resort ในที่สุด



ตัวบ้านพักใช้สีเทา ดำ และแดง เป็นสีนำ เป็นแนวสีเข้มขรึมบนพื้นเขียว 
ขลับให้ตัวสถาปัตยกรรมลอยขึ้นมาจากพื้น ตัวบ้านมีความโดดเด่นมาก


ห้องอาหารวางแปลนอยู่ด้านหน้า ติดถนนหลัก ตัวอาคารล้อกับบ้านพัก 
ดยมีวัสดุหลักคือคอนกรีต ไม้ และกระจกใส

สำหรับตัวบ้านสถาปนิกออกแบบให้เป็นบ้านพักโล่งโปร่ง สูงชั้นครึ่ง ผนังกรุกระจกโดยรอบ ขณะอยู่ในบ้านไม่ว่าจะอยู่มุมใดสามารถมองเห็นทัศนียภาพขุนเขาได้กว้างไกลสุดตา

Panorama Valley Resort มีห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด 7 หลัง ทุกหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกัน จะแตกต่างกันตรงที่บ้านแบบ Royal Suite Villa มี 2 ห้องนอน มีห้องนอนเสริมอยู่ชั้นล่างอีกห้อง โดยมีเตียงนอนไว้รองรับสำหรับ 2 ที่ (เตียงคู่) ส่วน Sweet Suite Villa มีห้องนอนชั้นลอยเพียงห้องเดียว




ภายในห้องอาหารยังเน้นความโปร่งโล่ง จัดวางชุดโซฟาหวายเทียมกับหมอนหนังสีน้ำเงิน 
ภายนอกจัดวางโต๊ะเก้าอี้


ส่วนพักผ่อนก่อนขึ้นสู่ชั้นลอย คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความเพราะชี้ให้เห้นถึงตัวตนอย่างเด่นชัด 


ประตูบานเลื่อนเปิดออกไปสู่ระเบียงกว้าง มุมนี้มองเห็นทีวีและเตียงนอนบนชั้นลอย

Royal Suite Villa แบ่งสัดส่วนประโยชน์ใช้สอยได้ดีมาก เริ่มจากประตูทางเข้าบริเวณชั้นล่างแยกห้องนอนอยู่ทางด้านขวา ห้องน้ำทางด้านซ้าย มีโถงพักผ่อนและส่วนทำงานรองรับ ทางปีกขวาสุดก่อนถึงบันไดวางโซฟาบนพรมหนานุ่ม มีทีวีและเครื่องเสียงชั้นดี ติดกันมีประตูออกไปสู่ระเบียงกว้าง ส่วนห้องนอนชั้นลอยเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ในแบบทิ้งสเปซว่างเปล่า ไม่รกรุงรังทำให้ห้องนี้กว้างขึ้นโดยปริยายส่วนสีแดงดำที่นำมาเป็นตัวขับเคลื่อนทำให้บ้านไม่นิ่งหนึบจนเกินไป



ทัศนียภาพโถงพักผ่อน ราวบันได และห้องนอนชั้นลอย


ห้องนอนชั้นลอยเป็นเตียงขนาดใหญ่ ปลายเตียงวางโซฟาสีดำขนานไปกับเตียง 
ตัวห้องว่างโล่งไม่กั้นผนัง อยู่ด้านบนมองเห็นด้านล่าง และวิวทิวทัศน์ชัดเจน


ส่วนหนึ่งในห้องน้ำ

ผมชอบบ้านพักของ Royal Suite Villa ตรงที่มีความทันสมัย มีความโปร่งโล่ง มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล ที่สำคัญคือการตกแต่งภายในทำได้ดีมาก เลือกผลิตภัณฑ์ได้ดีเยี่ยม จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัวเหมาะสม สมเป็นงานกลางแจ้งที่แสดงให้เห็นตัวตนอย่างเด่นชัด อีกส่วนที่ปรากฏเป็นข้องามแบบนามธรรม (อยู่ในใจ) คือบ้านพักมีความโป๊เปลือยซ่อนเร้นอยู่ในอารมณ์ลึกๆ ราวต้องการให้คู่พักเปล่าเปลือยไปกับอารมณ์นั้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือตัวตนบนความเป็นไปของงานดีไซน์กลางขุนเขา Royal Suite Villa 
ที่ผ่านมาเมื่อวันวาน ไม่ใช่คำพร่ำเพ้อ หากเป็นลมละเมอบนรากฐานแห่งความจริง Royal Suite Villa



อาคารห้องอาหาร


อ้างอิง
- นิตยสาร THAILAND HOME&RESORT

หมายเหตุ

Panorama Valley Resortตั้งอยู่ที่บ้านชัฏป่าหวาย ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี



ถนนด้านหน้ารีสอร์ต