ถนนสายแคบพาหัวใจเสรีผ่านเข้าไปถึงบึงกว้าง พาเข้าไปพิงพักใต้ทิวไม้ใหญ่
ห่างออกไปไม่ไกลนักมีภาพน่ารักด้วยมีแม่นกกำลังป้อนหนอนให้ลูกน้อย ตรงริมตลิ่งปลาตัวโตโผขึ้นมาฮุบเหยื่อ
กลางบึงมีเสียงเรือแหวกม่านน้ำ กลายเป็นภาพงามล้ำตั้งแต่แรกสัมผัส ไม่น่าเชื่อนี่คือสวนทุ่งลุงพี
บึงบัวกับอาคารที่พักริมน้ำ
ศาลาริมน้ำ ศาลาที่เหมาะแก่การรับประทานอาหารเป็นที่สุด
บึงบัว นาข้าว เรื่องเล่าที่ปรากฏล้วนมาจากมันสมองกับสองมือของสถาปนิกรุ่นใหญ่
เป็นรุ่นที่ประเทศไทยยังไม่มีใครเรียนใครสอนเรื่องภูมิสถาปัตย์ แต่ลุงพีหรือคุณเอกวุฒิ
ลิ้ศิริเสริญ นั้นมีชื่อเสียงเป็นที่โจษขานในกลุ่มสถาปนิกในยุคก่อนว่าเป็น Exterior
แถวหน้าของเมืองไทย
วันหนึ่งลุงพีเบื่อเมืองหลวง
อยากกลับมาสู่ท้องทุ่ง อยากกลับมาหายุ้งข้าว กลับมาสร้างเรื่องราวให้บ้านเกิด
ลุงพีจึงลงหลักปักแหล่ง ลงแรงสร้างบ้านไทยในสวนป่า สร้างร้านอาหารริมนา สร้างพรรณพฤกษาให้งอกงาม
และให้นักท่องเที่ยวผู้แสวงหารวมถึงผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะพัก
บ้านแต่ละหลังสตางค์แต่ละบาทหยดมาจากหยาดชีวิต มาจากกายมาจากจิต
มาจากภูมิปัญญาที่สั่งสมมานมนาน สุดท้ายมันก่อเกิดเป็นบ้านพักท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น
สมบูรณ์แบบตามศรัทธาที่เขาต้องการ
นั่นคือเรื่องสั้นๆ กับบรรยากาศเพียงเศษเสี้ยว ใครเลยจะรู้และเข้าใจหากยังไม่ได้สัมผัส
งานตกแต่งภายในและการจัดแสดงของเก่าเก็บภายในอาคารเอนกประสงค์หรืออาคารพิพิธภัณฑ์
โต๊ะอาหารตัวยาวภายในอาคารเอนกประสงค์เหมาะกับการจัดเลี้ยงและสัมมนาขนาดเล็ก
ศาลาริมน้ำเป็นศาลาไม้ทรงประยุกต์ (ไม่เหมือนศาลาไทยในภาคกลาง)
ภายในศาลาจัดแสดงของเก่าเก็บพวกถ้วยชามแก้วกาแฟและเครื่องจักสาน
ส่วนอีกศาลาหนึ่งให้ความสำคัญในการตกแต่งไปทางอเมริกันคันทรี ทำให้เกิดความต่าง ไม่ซ้ำซากจำเจ
ความต่างในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันกระโดดออกนอกคอนเซ็ปท์ เพราะทางผู้ออกแบบยังให้ความสำคัญกับความเงียบสงบแบบอารมณ์ชนบท
ภายใต้ความร่มครึ้มของแมกไม้และสายธาร
อาคารพิพิธภัณฑ์มี 2 อาคาร ทั้งสองอาคารมีความละม้ายคล้ายกัน คือจัดวางของเก่าเก็บทรงคุณค่ามากมาย
ความจริงน่าจะเรียกอาคารเอนกประสงค์เพราะภายในอาคารยังจัดเป็นห้องอาหารหรือเป็นห้องสัมมนา
ซึ่งเหมาะกับการประชุมขนาดเล็ก
อาคารพิพิธภัณฑ์นอกจากมีค่าเนื่องจากของเก่าเก็บแล้วยังมีความโปร่งโล่งสบาย
มีลมผัดผ่านโดยตลอด ที่สำคัญมีคูน้ำ (รูปตัว L) กับคันนาล้อมอยู่ด้านหนึ่ง
ทำให้รู้สึกถึงความสุขสงบที่ได้อิงแอบแนบชิดธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ศาลาริมน้ำและอาคารเอนกประสงค์มีการวางอารมณ์ให้อยู่ในโทนเดียวกัน คือเป็นอาคารไม้
ภายในจัดแสดงของเก่า และที่เน้นหนักคือความสบายบนความเงียบสงบ จึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านพักสไตล์ไทยๆ ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้นานายังเน้นความสงบเงียบเฉกเดียวกัน
บรรยากาศบ้านพักสวนทุ่งลุงพี
ณ ปัจจุบัน บ้านไทยในนิยามความสงบหาไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะบนแผ่นดินอีสาน
และไม่น่าเชื่อว่ามีบ้านไม้ดีไซน์น่ารักๆ ซุกซ่อนอยู่ในเขตเมืองโคราชนี่เอง
บ้านพักในสวนทุ่งลุงพีมีทั้งบ้านไทยสองชั้น ชั้นเดียวและเรือนแฝดแบบบ้านไทยโบราณ
ส่วนการตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่าย ปล่อยพื้นที่บางส่วนให้ว่างทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยบ้านไทยไม่อึดอัด
บ้านทุกหลังมีระเบียงกว้างเหมาะกับการแอบดูชีวิตปักษาในยามเช้าหรือดูดาวในคืนแรม (บรรยากาศโดยรวมโรแมนติกครับ)
อาคารพิพิธภัณฑ์และบ้านพักหลายหลังสร้างริมคลอง
อาหารเช้าเรียบง่าย โรตีกับกาแฟร้อนโบราณ
ทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งในสวนทุ่งลุงพีที่ยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะแยะ
ว่าแต่ว่าท่านผู้อ่านพร้อมสัมผัสด้วยตัวเองหรือยัง สำหรับผม
บอกตามตรงว่าหลงรักที่นี่
โดยเฉพาะเมื่อได้พักค้างแรมจะรู้สึกได้เลยว่าสวนแห่งนี้พาเราล่องลอยอยู่ในความเป็นส่วนตัว
เหมือนอยู่ในฝัน ที่สำคัญได้เข้าไปพัวพันกับงานดีไซน์สุดเท่
ส่วนอาหารเก๋ไก่เลิศรสนั้นเป็นของขวัญเลอค่า วันหยุดสุดสัปดาห์ถ้ายังไม่มีที่ไปแนะนำให้แวะเข้ามาที่นี่
สวนทุ่งลุงพี รีสอร์ต ทางเลือกใหม่บนแผ่นดินไทยผืนนี้ครับ
หมายเหตุ
- สวนทุ่งลุงพีรีสอร์ต อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โทร.089 845 2250
- การไปเที่ยวสวนทุ่งลุงพีไม่มีความจำเป็นต้องพักเพราะเขาเปิดให้เข้าไปชมของเก่าเก็บ ชมสวนและชิมอาหารเลิศรสตามสะดวกครับ
- การไปเที่ยวสวนทุ่งลุงพีไม่มีความจำเป็นต้องพักเพราะเขาเปิดให้เข้าไปชมของเก่าเก็บ ชมสวนและชิมอาหารเลิศรสตามสะดวกครับ














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น