วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พลิกผืนนามาเป็นรีสอร์ต

ถนนสายแคบพาหัวใจเสรีผ่านเข้าไปถึงบึงกว้าง พาเข้าไปพิงพักใต้ทิวไม้ใหญ่ ห่างออกไปไม่ไกลนักมีภาพน่ารักด้วยมีแม่นกกำลังป้อนหนอนให้ลูกน้อย ตรงริมตลิ่งปลาตัวโตโผขึ้นมาฮุบเหยื่อ กลางบึงมีเสียงเรือแหวกม่านน้ำ กลายเป็นภาพงามล้ำตั้งแต่แรกสัมผัส ไม่น่าเชื่อนี่คือสวนทุ่งลุงพี


บึงบัวกับอาคารที่พักริมน้ำ 



ศาลาริมน้ำ ศาลาที่เหมาะแก่การรับประทานอาหารเป็นที่สุด

บึงบัว นาข้าว เรื่องเล่าที่ปรากฏล้วนมาจากมันสมองกับสองมือของสถาปนิกรุ่นใหญ่ เป็นรุ่นที่ประเทศไทยยังไม่มีใครเรียนใครสอนเรื่องภูมิสถาปัตย์ แต่ลุงพีหรือคุณเอกวุฒิ ลิ้ศิริเสริญ นั้นมีชื่อเสียงเป็นที่โจษขานในกลุ่มสถาปนิกในยุคก่อนว่าเป็น Exterior แถวหน้าของเมืองไทย

วันหนึ่งลุงพีเบื่อเมืองหลวง อยากกลับมาสู่ท้องทุ่ง อยากกลับมาหายุ้งข้าว กลับมาสร้างเรื่องราวให้บ้านเกิด ลุงพีจึงลงหลักปักแหล่ง ลงแรงสร้างบ้านไทยในสวนป่า สร้างร้านอาหารริมนา สร้างพรรณพฤกษาให้งอกงาม และให้นักท่องเที่ยวผู้แสวงหารวมถึงผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะพัก

บ้านแต่ละหลังสตางค์แต่ละบาทหยดมาจากหยาดชีวิต มาจากกายมาจากจิต มาจากภูมิปัญญาที่สั่งสมมานมนาน สุดท้ายมันก่อเกิดเป็นบ้านพักท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น สมบูรณ์แบบตามศรัทธาที่เขาต้องการ

นั่นคือเรื่องสั้นๆ กับบรรยากาศเพียงเศษเสี้ยว ใครเลยจะรู้และเข้าใจหากยังไม่ได้สัมผัส






งานตกแต่งภายในและการจัดแสดงของเก่าเก็บภายในอาคารเอนกประสงค์หรืออาคารพิพิธภัณฑ์



โต๊ะอาหารตัวยาวภายในอาคารเอนกประสงค์เหมาะกับการจัดเลี้ยงและสัมมนาขนาดเล็ก

ศาลาริมน้ำเป็นศาลาไม้ทรงประยุกต์ (ไม่เหมือนศาลาไทยในภาคกลาง) ภายในศาลาจัดแสดงของเก่าเก็บพวกถ้วยชามแก้วกาแฟและเครื่องจักสาน ส่วนอีกศาลาหนึ่งให้ความสำคัญในการตกแต่งไปทางอเมริกันคันทรี ทำให้เกิดความต่าง ไม่ซ้ำซากจำเจ ความต่างในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามันกระโดดออกนอกคอนเซ็ปท์ เพราะทางผู้ออกแบบยังให้ความสำคัญกับความเงียบสงบแบบอารมณ์ชนบท ภายใต้ความร่มครึ้มของแมกไม้และสายธาร

อาคารพิพิธภัณฑ์มี 2 อาคาร ทั้งสองอาคารมีความละม้ายคล้ายกัน คือจัดวางของเก่าเก็บทรงคุณค่ามากมาย ความจริงน่าจะเรียกอาคารเอนกประสงค์เพราะภายในอาคารยังจัดเป็นห้องอาหารหรือเป็นห้องสัมมนา ซึ่งเหมาะกับการประชุมขนาดเล็ก อาคารพิพิธภัณฑ์นอกจากมีค่าเนื่องจากของเก่าเก็บแล้วยังมีความโปร่งโล่งสบาย มีลมผัดผ่านโดยตลอด ที่สำคัญมีคูน้ำ (รูปตัว L) กับคันนาล้อมอยู่ด้านหนึ่ง ทำให้รู้สึกถึงความสุขสงบที่ได้อิงแอบแนบชิดธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ศาลาริมน้ำและอาคารเอนกประสงค์มีการวางอารมณ์ให้อยู่ในโทนเดียวกัน คือเป็นอาคารไม้ ภายในจัดแสดงของเก่า และที่เน้นหนักคือความสบายบนความเงียบสงบ จึงไม่น่าแปลกใจที่บ้านพักสไตล์ไทยๆ ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้นานายังเน้นความสงบเงียบเฉกเดียวกัน



บรรยากาศบ้านพักสวนทุ่งลุงพี

ณ ปัจจุบัน บ้านไทยในนิยามความสงบหาไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะบนแผ่นดินอีสาน  และไม่น่าเชื่อว่ามีบ้านไม้ดีไซน์น่ารักๆ ซุกซ่อนอยู่ในเขตเมืองโคราชนี่เอง บ้านพักในสวนทุ่งลุงพีมีทั้งบ้านไทยสองชั้น ชั้นเดียวและเรือนแฝดแบบบ้านไทยโบราณ ส่วนการตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่าย ปล่อยพื้นที่บางส่วนให้ว่างทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยบ้านไทยไม่อึดอัด บ้านทุกหลังมีระเบียงกว้างเหมาะกับการแอบดูชีวิตปักษาในยามเช้าหรือดูดาวในคืนแรม (บรรยากาศโดยรวมโรแมนติกครับ)


อาคารพิพิธภัณฑ์และบ้านพักหลายหลังสร้างริมคลอง


อาหารเช้าเรียบง่าย โรตีกับกาแฟร้อนโบราณ 

ทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งในสวนทุ่งลุงพีที่ยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะแยะ ว่าแต่ว่าท่านผู้อ่านพร้อมสัมผัสด้วยตัวเองหรือยัง สำหรับผม บอกตามตรงว่าหลงรักที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อได้พักค้างแรมจะรู้สึกได้เลยว่าสวนแห่งนี้พาเราล่องลอยอยู่ในความเป็นส่วนตัว เหมือนอยู่ในฝัน ที่สำคัญได้เข้าไปพัวพันกับงานดีไซน์สุดเท่ ส่วนอาหารเก๋ไก่เลิศรสนั้นเป็นของขวัญเลอค่า วันหยุดสุดสัปดาห์ถ้ายังไม่มีที่ไปแนะนำให้แวะเข้ามาที่นี่ สวนทุ่งลุงพี รีสอร์ต ทางเลือกใหม่บนแผ่นดินไทยผืนนี้ครับ   



หมายเหตุ
- สวนทุ่งลุงพีรีสอร์ต อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โทร.089 845 2250
- การไปเที่ยวสวนทุ่งลุงพีไม่มีความจำเป็นต้องพักเพราะเขาเปิดให้เข้าไปชมของเก่าเก็บ ชมสวนและชิมอาหารเลิศรสตามสะดวกครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น