คำถาม “บ้านพักแบบไหนพาหัวใจล่องลอยไปไกล...
...ลอยไปกับอารมณ์ละเมอเพ้อถึงขุนเขา”
คำตอบ “ไม่ง่ายนัก แต่ไม่ยากนัก หากแสวงหา...
...ไม่ง่ายนัก แต่ยากนัก หากต้องการหางานดีไซน์ในบ้านสมัยใหม่ในอ้อมกอดของผืนป่า…
...ไม่ยากนัก แต่ง่ายนัก เพราะบ้านพักดังกล่าวซ่อนตัวอยู่แค่เอื้อมนี่เอง”
คำตอบ “ไม่ง่ายนัก แต่ไม่ยากนัก หากแสวงหา...
...ไม่ง่ายนัก แต่ยากนัก หากต้องการหางานดีไซน์ในบ้านสมัยใหม่ในอ้อมกอดของผืนป่า…
...ไม่ยากนัก แต่ง่ายนัก เพราะบ้านพักดังกล่าวซ่อนตัวอยู่แค่เอื้อมนี่เอง”
บรรยากาศบ้านพักยามสนธยา
สังเกตุว่าการจัดวางไลท์ติ้งทำได้ดีมาก ไม่สว่างและเบาบางจนเกินไป
ทัศนียภาพตัวบ้านพักและทิวทัศน์ Panorama
Valley Resort
บนเนินเขากว้าง สนามหญ้าเขียวขจีทอดไปตามเนินสูงต่ำ
ลดหลั่นเป็นเชิงชั้น ชายหนุ่มบนอานหนังหนาขยับม้าสีน้ำตาลไปตามจังหวะอารมณ์
เบื้องหลังมีอาคารทันสมัยเรียงรายอยู่ทางด้านเหนือ นอกจากนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามหญ้ากับแนวต้นสนที่ลงหลักปักใหม่
ไกลออกไปมีขุนเขากับสายหมอกลอยตัวบางเบาราวฉากหนึ่งในนิยายชวนฝัน
ตัวอาคารมองดูคล้าย Office คล้าย Factory แต่มีความทันสมัย
เป็นตัวชี้นำว่าที่นี่คือบ้านพัก และเข้าใจในเบื้องต้นได้โดยจริตว่ามันเป็นบ้านชั้นดีที่ผ่านการกลั่นกรองจากสมองอันชาญฉลาดของผู้ออกแบบ
คนถิ่นนี้เรียกที่นี่ว่า Panorama Valley Resort
ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของ Panorama Valley Resort นั้น เจ้าของได้มาเที่ยวสวนผึ้ง แล้วหลงใหลในมนต์ตรา จึงเกิดแนวความคิดมา
สร้างบ้านเพื่อพักอาศัย สร้างบ้านพักตากอากาศให้กับญาติๆ จากนั้นเริ่มมองหาสถานที่ กระทั่งได้ที่ดินอันงดงามดังใจ เวลาต่อมาได้คุยปรึกษากับครอบครัว ได้ข้อตกลงว่าควรสร้างสถานที่นี้เป็นทั้งบ้านพักและรีสอร์ต เน้นให้ผู้มาพักได้สัมผัสกับความงามของทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตา ซึ่งกลายมาเป็นชื่อ Panorama Valley Resort ในที่สุด
ตัวบ้านพักใช้สีเทา ดำ และแดง เป็นสีนำ
เป็นแนวสีเข้มขรึมบนพื้นเขียว
ขลับให้ตัวสถาปัตยกรรมลอยขึ้นมาจากพื้น
ตัวบ้านมีความโดดเด่นมาก
ห้องอาหารวางแปลนอยู่ด้านหน้า ติดถนนหลัก
ตัวอาคารล้อกับบ้านพัก
โดยมีวัสดุหลักคือคอนกรีต ไม้ และกระจกใส
สำหรับตัวบ้านสถาปนิกออกแบบให้เป็นบ้านพักโล่งโปร่ง สูงชั้นครึ่ง ผนังกรุกระจกโดยรอบ ขณะอยู่ในบ้านไม่ว่าจะอยู่มุมใดสามารถมองเห็นทัศนียภาพขุนเขาได้กว้างไกลสุดตา
Panorama Valley Resort มีห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด 7 หลัง ทุกหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกัน จะแตกต่างกันตรงที่บ้านแบบ Royal Suite Villa มี 2 ห้องนอน มีห้องนอนเสริมอยู่ชั้นล่างอีกห้อง โดยมีเตียงนอนไว้รองรับสำหรับ 2 ที่ (เตียงคู่) ส่วน Sweet Suite Villa มีห้องนอนชั้นลอยเพียงห้องเดียว
ภายในห้องอาหารยังเน้นความโปร่งโล่ง จัดวางชุดโซฟาหวายเทียมกับหมอนหนังสีน้ำเงิน
ภายนอกจัดวางโต๊ะเก้าอี้
ส่วนพักผ่อนก่อนขึ้นสู่ชั้นลอย
คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความเพราะชี้ให้เห้นถึงตัวตนอย่างเด่นชัด
ประตูบานเลื่อนเปิดออกไปสู่ระเบียงกว้าง
มุมนี้มองเห็นทีวีและเตียงนอนบนชั้นลอย
Royal Suite Villa แบ่งสัดส่วนประโยชน์ใช้สอยได้ดีมาก เริ่มจากประตูทางเข้าบริเวณชั้นล่างแยกห้องนอนอยู่ทางด้านขวา ห้องน้ำทางด้านซ้าย มีโถงพักผ่อนและส่วนทำงานรองรับ ทางปีกขวาสุดก่อนถึงบันไดวางโซฟาบนพรมหนานุ่ม มีทีวีและเครื่องเสียงชั้นดี ติดกันมีประตูออกไปสู่ระเบียงกว้าง ส่วนห้องนอนชั้นลอยเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ในแบบทิ้งสเปซว่างเปล่า ไม่รกรุงรังทำให้ห้องนี้กว้างขึ้นโดยปริยายส่วนสีแดงดำที่นำมาเป็นตัวขับเคลื่อนทำให้บ้านไม่นิ่งหนึบจนเกินไป
ทัศนียภาพโถงพักผ่อน ราวบันได และห้องนอนชั้นลอย
ห้องนอนชั้นลอยเป็นเตียงขนาดใหญ่
ปลายเตียงวางโซฟาสีดำขนานไปกับเตียง
ตัวห้องว่างโล่งไม่กั้นผนัง
อยู่ด้านบนมองเห็นด้านล่าง และวิวทิวทัศน์ชัดเจน
ส่วนหนึ่งในห้องน้ำ
ผมชอบบ้านพักของ Royal Suite Villa ตรงที่มีความทันสมัย มีความโปร่งโล่ง มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล ที่สำคัญคือการตกแต่งภายในทำได้ดีมาก เลือกผลิตภัณฑ์ได้ดีเยี่ยม จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัวเหมาะสม สมเป็นงานกลางแจ้งที่แสดงให้เห็นตัวตนอย่างเด่นชัด อีกส่วนที่ปรากฏเป็นข้องามแบบนามธรรม (อยู่ในใจ) คือบ้านพักมีความโป๊เปลือยซ่อนเร้นอยู่ในอารมณ์ลึกๆ ราวต้องการให้คู่พักเปล่าเปลือยไปกับอารมณ์นั้น
ที่กล่าวมาทั้งหมดคือตัวตนบนความเป็นไปของงานดีไซน์กลางขุนเขา Royal Suite Villa
ที่ผ่านมาเมื่อวันวาน ไม่ใช่คำพร่ำเพ้อ หากเป็นลมละเมอบนรากฐานแห่งความจริง Royal Suite Villa
อาคารห้องอาหาร
อ้างอิง
- นิตยสาร THAILAND HOME&RESORT
หมายเหตุ
Panorama Valley Resortตั้งอยู่ที่บ้านชัฏป่าหวาย ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ถนนด้านหน้ารีสอร์ต













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น